นาโปลี

 

พูดถึง กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา แม้ นาโปลี อาจจะไม่ได้อยู่ในฐานะแชมป์ลีกผู้น่าจดจำ แต่อย่างน้อยๆ ก็พูดได้เต็มปากว่านี่คือหนึ่งในทีมยักษ์ใหญ่ระดับผู้ท้าชิง

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าใครจะเป็นกุนซือ วอลเตอร์ มาซซาร์รี่, ราฟาเอล เบนิเตซ, เมาริซิโอ ซาร์รี่ หรือ คาร์โล อันเชล็อตติ ยอดทีมจากเมืองเนเปิ้ลส์ ไม่เคยหลุดโผเกินท็อปไฟว์ ช่วงหลังก็พีกถึงขั้นคว้ารองแชมป์ได้ถึง 3 จาก 4 ซีซั่น

ทว่าฤดูกาลนี้กลับไม่เป็นแบบนั้น “อัซซูร่า” เริ่มต้นไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ 8 เกมแรกเก็บไป 17 คะแนนตามหลัง ยูเวนตุส อยู่ประมาณ 5 คะแนน ทว่าจุดเริ่มต้นและภัยพิบัติเกิดขึ้นตั้งแต่เกมที่ 9

นาโปลี บุกไปเสมอ สปาล ทีมระดับหนีตาย 1-1 ต่อด้วยเสมอคาบ้านกับ อตาลันต้า 2-2 หลังจากนั้นก็บุกไปแเพ้ โรม่า 1-2 ทำให้ผ่านไป 11 เกมพวกเขาหล่นมาอยู่อันดับ 7 มีแต้มตามหลังกลุ่มนำเกิน 10 คะแนน

จุดนี้ไปกระตุกต่อมโมโหของ ออเรลิโอ เดอ ลอเรนติส ประธานสโมสรผู้โผงผาง จัดการสั่งนักเตะเข้าแคมป์เก็บตัวเป็นเวลา 1 สัปดาห์ นับตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน หรือ 1 วันหลังพ่ายให้กับ “หมาป่าแห่งกรุงโรม”

บรรยากาศมาคุถูกสุ่มไฟตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นักเตะในทีมรู้สึกไม่โอเคกับการถูกกักขัง ขาดอิสรภาพทางครอบครัว และในที่สุดก็มา “แตกหัก” หลังจบเกมเสมอ ซัลซ์บวร์ก ที่มีนักเตะหลายคนแยกย้ายกันกลับบ้านเอง แทนที่จะขึ้นรถสโมสรกลับมาเข้าแคมป์

นาโปลี

งานนี้ คาร์โล อันเชล็อตติ ไม่ต่างอะไรกับ “คนกลาง” แบกรับทั้งบนและล่าง การที่เจ้าตัวไม่สามารถควบคุมลูกน้องได้ บวกกับผลงานตั้งแต่นัดที่ 9 ถึง 15 ที่ไม่ชนะใครเลย กลายเป็นเป้าที่ถูกหมายหัวเป็นคนแรก

นาโปลี

ถ้าใครตามข่าวดีๆ จะเห็นว่า เดอ ลอเรนติส ตั้งใจที่จะปลด “อันเช่” มาสักพักใหญ่ๆ กระแสข่าวว่า นาโปลี เริ่มติดต่อกับโค้ชคนอื่นๆ มีมาเป็นระยะโดยเฉพาะกับ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี้ ที่ประธานสโมสรหัวร้อนยอมรับว่าชอบเป็นพิเศษ

เชื่อหรือไม่ ? ก่อนเกมสำคัญที่มีตั๋วรอบน็อกเอาท์ แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นเดิมพัน หลายๆ สื่อในอิตาลี กลับตีข่าวในทิศทางเดียวกันว่า อันเชล็อตติ จะตกเก้าอี้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะพาทีมจะมีผลการแข่งขันอย่างไรก็ตาม

ทุกอย่างเป็นไปตามรายงาน หลังเกมถล่ม เกงค์ 4-0 พร้อมเข้ารอบ 16 ทีมยูซีแอล ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น “อันเช่” ก็กลายเป็นเพียงอดีตกับสโมสรแห่งนี้ พร้อมกับคำแถลงการณ์แต่งตั้ง เจนนาโร่ กัตตูโซ่ ลูกน้องเก่าของพี่แจ้เข้ามาเสียบงานแทน

ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเหมือนกันว่าทำไมหวยถึงมาออกที่ “กัตจัง” ทั้งๆ คนที่ เดอ ลอเรสติส อยากได้ที่สุดคือ อัลเลกรี้ ไม่ไปจีบเอง หรือไปจีบแล้วแต่แห้วกลับมาก็เดาได้ต่างๆ นาๆ

จริงๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ อัลเลกรี มาคุมทีม แต่ก็ใช่ว่าตลาดตอนนั้นจะขาดคนดีมีฝีมือ ถ้าวาทะศิลป์ดีพอ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ก็น่าจะตอบโจทย์ หรือลดเกรดลงหน่ือยก็ยังมี ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ ที่เตะฝุ่นอยู่

ประวัติงานกุนซือของ กัตตูโซ่ ต้องบอกว่า “ห่วยแตก” เส้นทางอาชีพในฐานะโค้ช ไม่ว่าจะเป็น ซิยง, ปาแลร์โม่ และ โอเอฟไอ เครเต้ ไม่มีทีมไหนอยู่คุมครบปี

ดีหน่อยก็ ปิซ่า ที่พาทีมชนะเพลย์ออฟขยับจาก เลกา โปร ขึ้นชั้นมาเล่นใน เซรี่ บี ขณะที่ภาพรวม 2 ปีกับ เอซี มิลาน แม้ผลงานจะดูโอเค ซีซั่นสุดท้ายจบอันดับ 5 มีคะแนนตามหลัง อินเตอร์ ทีมสุดท้ายในโควต้า แชมเปี้ยนส์ลีก เพียงคะแนนเดียว

ทว่าภาพรวมและเสียงสะท้อนจากแฟนบอล “รอสโซเนรี่” ก็ไม่ค่อยชอบมากนัก เพราะ กัตตูโซ่ มีดีแค่เรื่องหัวจิตหัวใจ แต่แท็กติกไม่ไหวจะเคลียร์

แล้วอยู่ดีๆ เดอ ลอเรนติส ก็ไปเอามาคุม นาโปลี เฉยเลย สุดท้ายแทบเอาตีนก่ายหน้าผาก 5 เกมผ่านไปแพ้ไปแล้วถึง 4 เกมที่ชนะ ซัสซูโอโล่ ก็เหมือนฟลุ๊กมาได้ประตูชัยจากการยิงตัวตายของ เปโดร โอเบียง ในช่วงทดเจ็บ

พูดกันแบบตรงๆ ดูยังไงอนาคตของ “กัตจัง” กับ “อัซซูร่า” คงเหลือไม่มากแล้ว จริงๆ มีกระแสข่าวว่าเจ้าตัวพิจารณาที่จะลาออกแล้วด้วย แต่โดนรั้งไว้ให้โอกาสอีก 2 เกม

แต่ดูจากคู่แข่งแล้วทั้งโคปป้า อิตาเลีย ที่ต้องเจอกับ ลาซิโอ ทีมฟอร์มแรงที่ชนะในลีกมา 11 เกมติดต่อกัน และเกมลีกสุดสัปดาห์ที่ต้องรับมือ ยูเวนตุส มันไม่ต่างอะไรกับการเอาหัวขึ้นเขียง

นาโปลี

ทรงบอลของ นาโปลี ในเวลานี้ คงมีแต่ “ปาฏิหาริย์” เท่านั้นที่จะยื้อชีวิตของเขา

งานนี้ถ้าหาคนผิดก็คงหนีไม่พ้น เดอ ลอเรนติส ที่แก้ปัญหาผิดวิธี การใช้ไม้แข็งบังคับนักเตะเข้าแคมป์ กลายเป็นการจุดระเบิดเผาบ้านตัวเอง นักเตะไม่แฮปปี้ กุนซือก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทำงานยากกันไปหมด

สุดท้ายทีมต้องมาเสียกุนซือฝีมือดี ที่หันมาดูผลงานตอนนี้ อันเชล็อตติ ก็กำลังไปได้ดีกับการปลุกผี เอฟเวอร์ตัน หลังพาทีมเก็บได้ถึง 10 คะแนนจาก 5 นัดในพรีเมียร์ลีก

แถมตัวเองก็มา “ผีซ้ำด้ำพลอย” เลือกกุนซือใหม่ไม่ดูตาม้าตาเรือพาทีมสาละวันเตี้ยลงหล่นมาอยู่อันดับ 11 มีคะแนนตามหลังจ่าฝูง ยูเวนตุส มากกว่า 2 เท่าเข้าไปแล้ว

คำพระท่านเคยกล่าวไว้ “สติ” คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนพึ่งมี วันใดให้อารมณ์นำชีวิต ย่อมนำพาความ “ชิบหาย” มาสู่ตัวเอง

เรื่องนี้เทียบกับ เดอ ลอเรนติส แล้วบอกเลยว่า “แม้งใช่เลยวะ”

 

นาโปลี