ไทยลีก

 

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เผยว่า ทางสมาคมฯจะต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่การแข่งขันฟุตบอลลีก ภายในประเทศทุกระดับ จะกลับมาแข่งขันกันอีกครั้งในวันที่ 18 เมษายน 2563

การแข่งขันฟุตบอลลีกภายในประเทศทุกระดับ ในช่วงเดือนมีนาคม ต้องถูกเลื่อนออกไป หลังการแพร่เชื่อไวรัส โควิด-19

หลังการประชุมสภากรรมการ ครั้งที่ 1/2563 พล.ต.อ. ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ กล่าวว่า”เรื่องการจัดการแข่งขันฟุตบอลลีก ซึ่งหลังจากที่มีการแพร่ระบาดของเชื่อไวรัส โควิด-19 ในหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศไทย ทำให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ต้องเลื่อนการแข่งขันไปจนถึงวันที่ 18 เมษายน ซึ่งจะมีการแข่งขันอีกครั้งหนึ่ง”

“เราได้แลกเปลี่ยน หารือกันอย่างกว้างขวาง เพราะหลายๆ ท่าน เป็นผู้บริหารสโมสร ทั้งในไทยลีก 1-4 ซึ่งคือผู้ที่ได้รับผลกระทบ และต้องปฏิบัติตามนโยบายของสมาคมฯ”

“ในชั้นต้นเรามองว่า ถ้าหากวันที่ 18 เมษายน เราจะกลับมาแข่งขันกันอีกครั้ง ซึ่งหากสถานการณ์ในวันดังกล่าวไม่มีการแพร่ระบาด และไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้ แต่จะแข่งขันในรูปแบบใด แข่งขันแบบปิด หรือแบบเปิดปกติ ต้องประเมินสถานการณ์กันอีกครั้ง แต่ถ้าหากสถานการณ์ยังคงเลวร้าย หรือไม่ดีกว่านี้ เราอาจจะพิจารณาเลื่อนการแข่งขันออกไป”

“ถ้าเลื่อนการแข่งขันออกไป จะต้องส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน คิงส์ คัพ, ฟุตบอลโตโยต้า ลีก คัพ, ฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ, ฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ, ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย และ ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรอาเซียน ซึ่งถ้าหากเกิดวันนั้นจริงๆ หรือจำเป็นต้องเลื่อนการแข่งขันไปอีก ทางฝ่ายจัดการแข่งขัน ก็จะต้องกำหนดวิธีการ รูปแบบการแข่งขัน รองรับเป็นระดับ เราก็ต้องแจ้งให้สโมสรสมาชิก ทราบล่วงหน้าว่าเราจะดำเนินการอย่างไร”

“แต่ในตอนนี้ ความเป็นไปได้สูงคือ วันที่ 18 เมษายน จะมีการแข่งขันแบบปิด เพื่อเป็นการทดสอบหรือดูว่ามันมีฟีดแบ็ค ความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ถ้าหากเหตุการณ์ไม่เลวร้าย หรือลุกลาม เราก็อาจจะมีการเปิดการแข่งขันแบบปกติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผลกระทบที่เราเลื่อนมา ทำให้เราต้องมีแมตช์การแข่งขันช่วงกลางสัปดาห์ ซึ่งจะทำให้แต่ละสโมสรมีแมตช์การแข่งขันที่ถี่ขึ้น และจะส่งผลกระทบกับรายการต่างๆ อย่างที่ผมได้กล่าวมา เราให้สโมสรต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ ประชุมกันต่อ ว่าจะกำหนดแนวทางอย่างไร แต่โดยหลักการแล้ว จะมีการปรับปรุง หรือพัฒนาไปทีละขั้นตอน”

“ยังยืนยันว่า ถ้าวันที่ 18 เมษายน ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้ มีการแข่งขันฟุตบอลแน่นอน แต่จะแข่งแบบปิดหรือเปิดก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และเราพยายามจะให้จบฤดูกาลแข่งขัน ในเดือนตุลาคมให้ได้ เพราะถ้าจบเดือนตุลาคมไม่ได้ มันจะมีความได้เปรียบเสียเปรียบของบางสโมสรเกี่ยวกับเรื่องนักเตะต่างชาติ”

“ส่วนเรื่องทีมชาติ เราก็ต้องหารือกันอีกครั้ง ผมได้มอบหมายคุณพาทิศ ศุภะพงษ์ ประสานงานกับ อากิระ นิชิโนะ ในเรื่องฟีฟ่า เดย์ ที่มีเดือนมีนาคม แต่ไม่มีการแข่งขันอยู่ จำเป็นหรือไม่ ที่จะต้องเรียกตัว นักกีฬามาเก็บตัวแต่ในขณะเดียวกัน ถ้านักกีฬาต่างชาติ ประเทศเขาอาจจะเรียกตัวกลับไป ถ้าเขาไปประเทศกลุ่มเสี่ยง กลับมาก็ต้องถูกกักตัว 14 วัน ก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไมได้ มันเหนือการควบคุมของสมาคมฯ ก็ต้องคุยกันเพื่อหาความร่วมมือ”

“ส่วนโปรแกรมของทีมชาติ ก็ต้องรอทางเอเอฟซี มันเป็นเรื่องเหนือการควบคุมของสมาคมฯ”