แบล็คแจ็ค ออนไลน์ (Blackjack)

   แบล็คเเจ็ค หรือ เกมไพ่ 21 เป็นเกมไพ่ที่ได้รับความนิยมมากของฝรั่ง ถ้าให้เปรียบเทียบก็เทียบได้กับความนิยมของ เกมไพ่ป๊อกเด้ง ในไทย

   ในปัจจุบันที่ เกมไพ่แบล็คเเจ็ค ได้เปิดให้เล่นผ่านคาสิโนออนไลน์ ทำให้ ไพ่ 21 ได้รับความนิยมมากขึ้นในแถบบ้านเรา เพราะเป็นเกมไพ่ แบล็คเเจ็คออนไลน์ ที่สนุก เล่นไม่ยาก แต่ต้องมีการตัดสินใจในการเล่นหลายรูปแบบ การเล่นเบื้องต้นของ ไพ่แบล็คแจ็ค  คือ ต้องรวมแต้มไพ่ให้ได้ใกล้เคียง 21  แต่ต้องไม่เกินนั้น เพราะถ้าแต้มเกิน 21 จะไม่สามารถเล่นต่อได้อีก ถือเป็นไพ่บอด ต้องเสียเงินที่เดิมพันไว้ทันที

วิธีการเล่นแบล็คแจ็คออนไลน์

   เริ่มเกมเจ้ามือ( Dealer )จะทำการแจกไพ่ ให้ผู้เล่นทุกคน คนละ 2ใบ โดยเจ้ามือจะได้ไพ่เป็นคนสุดท้าย ไพ่ของเจ้ามือจะเป็นไพ่หงาย 1 ใบ คว่ำ 1 ใบ ส่วนไพ่ของผู้เล่นทุกคนจะเป็นไพ่หงายทั้ง 2 ใบ

จากนั้นทุกคนนำแต้มไพ่มารวมกันให้ได้ใกล้เคียง 21 มากที่สุด ผู้เล่นทุกคนสามารถเรียกไพ่เพิ่มได้รอบละ 1 ใบ วนตามตำแหน่ง หากไม่พอใจแต้มที่มีอยู่ การขอเรียกไพ่ สามารถเรียกได้ไม่จำกัด แต่ถ้าแต้มไพ่เกิน 21 จะเรียกว่า ไพ่บอดหรือ 0 แต้ม ผู้เล่นจะเสียเงินที่เดิมพันไว้ทันที 

ศัพท์แบล็กแจ็ค

Blackjack (แบล็กแจ็ค) : การได้แต้มไพ่ 21 แต้มจากไพ่สองใบแรกทันที

Hit : การเรียกไพ่เพิ่ม

Stand : การ อยู่ไม่เรียกไพ่เพิ่ม

Double down : การลงเงินเดิมพันเพิ่มเป็นอีกเท่าตัว กติกาของแบล็กแจ็คกำหนดให้ผู้เล่นที่เลือกเล่นแบบนี้ จะบังคับได้รับไพ่ใบที่ 3 ใบเดียวและนับแต้มที่ตรงนั้นทันที

Split : การที่ผู้เล่นได้ไพ่เหมือนกันใน 2 ใบแรก  เช่น ได้ไพ่ 8 สองใบ เจ้ามือจะถามว่าต้องการจะ Split หรือไม่ ถ้าผู้เล่นเลือกทำ Split ไพ่ทั้ง 2 ใบจะแยกเป็น 2 กองและผู้เล่นจะได้รับไพ่เพิ่มอีก 2 ใบ เพื่อนำไปรวมกับไพ่ทั้ง 2 กอง อย่างละ 1 ใบ เท่ากับตานั้นผู้เล่นจะได้ลุ้นไพ่สองกอง

Surrender : คือการหมอบ ยอมเสียเงินที่วางเดิมพันไว้ครึ่งหนึ่ง

Insurance : คือการที่ เจ้ามือมีไพ่ A (ไพ่ที่หงาย 1 ใบ ) ผู้เล่นจะสามารถทำประกัน เอาไว้ได้ด้วยลงเงินอีกครึ่งหนึ่งของเงินเดิมพัน เช่น เดิมพันไว้ในตานั้น 100 ลงประกันอีก 50 ถ้าเจ้ามือได้ แบล็คแจ็ค (21 แต้ม) ผู้เล่นที่ทำประกันเอาไว้ก็จะได้รับเงินรางวัลที่มีอัตราการจ่ายเงินที่ 2:1 แต่ถ้าเจ้ามือไม่ได้แบล็คแจ็ค ผู้เล่นจะเสียเงินที่ทำประกันไว้ทั้งหมด

**ศัพท์ของ แบล็กแจ็ค ทั้งหมดจะเป็นทางเลือกในการเล่นแบบต่างๆ ที่เป็นการตัดสินใจเมื่อไพ่ได้รับไพ่ 2 ใบแรกเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Double down, Split , Surrender , Insurance

การนับแต้มของไพ่แบล็คแจ็ค

A เท่ากับ 1 หรือ 11 แต้ม

2-9 มีแต้มเท่ากับเลขบนไพ่

10 J Q K เท่ากับ 10 แต้ม

เทคนิคการเรียกไพ่ของแบล็คแจ็ค

  แบล็คแจ็คมีเทคนิค ในการ เรียกไพ่เพิ่ม, การ อยู่ไม่เรียกไพ่เพิ่ม, การหมอบ เบื้องต้นดังนี้

  •  – แต้มรวมได้ 17, 18, 19, 20 ให้ อยู่ไม่เรียกไพ่เพิ่ม
  •  – แต้มรวมได้ 16 แต้ม : เจ้ามือมี 2, 3, 4, 5, 6 ให้ อยู่ไม่เรียกไพ่เพิ่ม / เจ้ามือมีไพ่ 7 และ 8 ให้เรียกไพ่เพิ่ม 1 ใบ / เจ้ามือมี 9 , 10 และ A ให้หมอบ ยอมเสียเงินที่วางเดิมพันครึ่งหนึ่ง
  •  แต้มรวมได้ 15 แต้ม : เจ้ามือมีไพ่ 2, 3, 4, 5, 6 ให้ อยู่ไม่เรียกไพ่เพิ่ม / เจ้ามือมีไพ่ 7 , 8 , 9 และ A ให้เรียกไพ่เพิ่ม 1 ใบ / เจ้ามือมีไพ่ 10 ให้หมอบ ยอมเสียเงินที่วางเดิมพันครึ่งหนึ่ง
  •  – แต้มรวมได้ 13 และ 14 แต้ม : เจ้ามือมีไพ่ 2, 3, 4, 5, 6 ให้ อยู่ไม่เรียกไพ่เพิ่ม / เจ้ามือมีไพ่ 7 , 8 , 9 , 10 และ A ให้เรียกไพ่เพิ่ม 1 ใบ
  •  – แต้มรวมได้ 12 แต้ม : เจ้ามือมีไพ่ 4, 5, 6 ให้ อยู่ไม่เรียกไพ่เพิ่ม / เจ้ามือมีไพ่ 2, 3, 7, 8, 9, 10 และ A ให้เรียกไพ่เพิ่ม 1 ใบ
  •  – แต้มรวมได้ 11 แต้ม : หรือแต้มน้อยกว่านี้ ให้เรียกไพ่เพิ่ม 1 ใบ